วันอาทิตย์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2553

รถBenzของข้าวฟ่าง

มาแล้วรถคันใหม่ของแม่วัว(อนาคตของข้าวฟ่าง) ถอยออกมาได้2วันแล้วเลยต้องถ่ายเก็บไว้หน่อยว่าทะเบียนป้ายแดงเป็นเลขอะไร ราคาค่าตัวรถประมาณหกแสนสี่ฟ่าๆ ผ่อนยาวไปโน่น5ปี แต่ผ่อนเบาๆเพราะเราดาว์นไปแสนหก คันนี้เป็นVios 2010 รุ่นE Safty ของแถมเพียบ ไม่เอาลดราคาแต่เอาของแถมแทน ก้อให้แม่วัวใช้ไปเลยสิบปีแล้วค่อยซื้อคันใหม่ ส่วนของข้าวฟ่างเดี๋ยวไปออกให้คันนึงจะเป็นจักรยานหรือมอไซต์แบบมีที่บังคับ เดี๋ยวค่อยว่ากันอีกทีเน๊อะ
ช่วงนี้กรุงเทพเริ่มหนาวแล้วหลังจากที่เจอกับแดดร้อนหนึ่งวันฝนตกหนักๆอีก1-2วัน ไม่รู้จะหนาวไปนานแค่ไหน คิดถึงการไปเที่ยวเหนือซะจริงๆ ตอนนี้ข้าวฟ่างไม่สบายเล็กน้อย น่าจะเป็นอาการคล้ายกับอาหารเป็นพิษ คือกินนมหรือข้าวเข้าไปก้ออาเจียนออกหมด ยิ่งช่วงกลางคืนกับเช้ามืดแหวะแบบพุ่งเป็นน้ำตกเลย เต็มเตียงไปสองรอบ แม่วัวก้อหายาให้กิน ยาฆ่าเชื้อ ยาแก้คลื่นไส้ เกลือแร่ฯ วันนี้ดีขึ้นเยอะเริ่มเล่นได้ไม่ค่อยงอแง พรุ่งนี้ข้าวฟ่างก้ออยู่กะป่ะป๊าอีกวัน ให้หม่าม๊าไปเรียนขับรถซักสองชั่วโมงแล้วกัน อดทนหน่อยเพื่อจะได้มีพลขับ(รถ)พาข้าวฟ่างเที่ยวเพิ่มอีกคน เย้ๆๆๆ ง่วงแล้วไปนอนดีกว่า ราตรีสวัสดิ์

วันพฤหัสบดีที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ข้าวฟ่างยิ้มหวาน











หม่าม๊ามารายงานความคืบหนาของข้าวฟ่างดีกว่า ตอนนี้ข้าวฟ่าง 14 เดือนแล้ว รู้อะไรมากขึ้น เริ่มจับมือแล้วเดิน(ขอเรียกว่าวิ่งจะเหมาะกว่า) ขึ้นและลงบันไดได้อย่างคล่องแคล่ว(ต้องจูง) พูดได้หลายคำ เช่นป๊าป๊อป , หม่าม้า, ปลา,แมว(อันนี้เรียกตัวหน้าบ้าน) ร้องเพลงไยๆๆแล้วก็โยกตามด้วย รู้ว่าตบมือเป็นการชมเชย หอมแก้มเป็นการประจบ, ธุจ้า(ไหว้พระเป็น และเป็นการประจบให้พาไปเที่ยว) , ป้อน(ช้อนเปล่าเข้าปากเรา) , ทำท่าให้อุ้มเป็นด้วย จะดึงมือเราเข้าไปหาเขาแล้วกางให้อุ้ม เวลาจะเอาลงแล้วข้าวฟ่างยังไม่อยากลงก็จะงอขาหนีบตัวเราเลยนะ กรี๊ดหากใครขัดใจหรือเวลาไม่ยอมขึ้นจากอาบน้ำ(อันนี้ไม่ดี) จำหน้าคนได้แล้วว่าใครเป็นป่าป๊า หม่าม้า คุณยาย อาม่า









ข้าวฟ่างน่ารักคุยเก่ง ยิ้มเก่ง อารมณ์ดี ช่างประจบไม่กลัวคน ขอให้พาไปเที่ยวหรือมีของให้กินข้าวฟ่างจะเป็นมิตรทันที ใครเห็นเป็นหลงทุกคน แต่ช่วงนี้เริ่มซน ไม่ค่อยยอมกินข้าว ต้องหาของเล่นให้เพลินๆถึงจะกินได้นานหน่อย(เอาช้อนให้เคาะกับถ้วยเปล่าเหมือนเขากินข้าวเอง) กำลังต้องฝึกให้กินข้าวสวยแล้ว กินแต่โจ๊กเดี๋ยวจะเคี้ยวไม่เป็น และเวลาไปข้างนอกก็หาของกินลำบาก ข้าวฟ่างรู้ด้วยนะว่าต้องเช็ดฟัน พอบอกเช็ดฟันปุ๊ปเอาผ้าเขาปากเลย ทำท่าซักผ้า ถูบ้านก็เป็น เพราะดูคุณยายทำทุกวัน โตขึ้นให้ทำจริงๆนะคะ แล้วข้าวฟ่างเวลาปวดฉี่หรืออึต้องไปหามุมสงบเพื่อทำภาระกิจนั้น หรือเดินไปฉี่ที่ห้องน้ำ(จะทำท่าให้เราจูงเดินแล้วเขาก็จะเดินนำเราไปห้องน้ำเอง)ส่วนถ้าปวดอึจะยืนเกาะตามขอบเตียง หรือมายืนเกาะและเอาหน้ามาซบหม่าม้า






ข้าวฟ่างชอบเลียนแบบเป็นที่สุด เห็นใครทำอะไรก็ทำตามไปหมด รู้มากที่สุด เห็นคุณยายหยิบผลไม้มาทีไรรีบเข้าไปประจบขอกินทันที ว่างๆหม่าม้าก็จับใส่ชุดให้เป็นพรีเซนเตร์ขายเสื้อผ้าเด็กในเวปของหม่าม้าซะเลย ขายเอาเพื่อนไม่ได้มีกำไรมากหรอก แต่ทำเพราะใจรัก บางตัวขายไม่ได้ก็ให้ข้าวฟ่างใสเพราะหม่าม้าเลือกเองน่ารักทุกตัวจ้า วันนี้อัฟเดทหนูแค่นี้ก่อนนะขอไปพักผ่อนก่อน รักหนูทุกวันจ้า

วันศุกร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

หนูเป็นกลาก




หม่าม๊ามาอัพเดทเรื่องตุ่มจากคราวพ่อวัว
หม่าม๊าไม่นิ่งนอนใจ หาข้อมูลในเน็ต เมื่อวานเลยพาไปหาหมอที่สถาบันโรคผิวหนัง เขาเปิดคลีนิคพิเศษทุกวันตอนเย็น และวันเสาร์ด้วย โทรไปสอบถามเขาบอกให้ทำบัตรตอน 3โมงครึ่ง หมอเริ่มตรวจ 4 โมงครึ่ง รีบขอออกก่อนพาข้าวฟ่างนั่งแท็กซี่ไปกับคุณยาย ถึงเกือบ 5 โมง เจ้าหน้าที่น่ารักให้ทำบัตรแล้วก็ลัดคิวให้เด็กได้ตรวจก่อน หมอให้ขูดเนื้อไปตรวจ(ไม่เจ็บ) รอฟังผล หมอบอกเป็นกลาก เกิดจากเชื้อรา ติดได้จากสัตว์และดิน นึกได้ทันทีว่ามีอาโกเขาเลี้ยงหมาและก็รักมาก(เหมือนลูก) อุ้มหมาจับหมาแล้วก็มาอุ้มข้าวฟ่างเป็นประจำ แต่พูดอะไรมากไม่ได้ (เฮ้อ เครียด) หมอให้ยามาทา 1 เดือน ถ้าหายแล้วก็ต้องทาต่อเพราะเชื้อยังไม่ตาย อาการตุ่มเริ่มแรกเป็นดวงเล็กๆ มีขอบนูนสีแดง แล้วก็กระจายมากขึ้นเรื่อยๆเป็นดอกเห็ดเลย ข้าวฟ่างจะคันและเจ็บแผลใครโดนไม่ได้


ข้อมูลเพิ่มเติม
สถาบันโรคผิวหนัง

โทร. 02-354-8037-40
อยู่ติดกับรพ.ราชวิถี อนุสาวรีชัย (อยู่ระหว่างรพ.ราชวิถีและรพ.เด็ก)

คลีนิคนอกเวลาราชการ
จันทร์,อังคาร,พฤหัส,ศุกร์ เวลา 16.00-20.00 น.
เสาร์ เวลา 8.30-16.00 น.

วันจันทร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

หาหมอ

ช่วงนี้เหมือนจะว่าง เหมือนจะยุ่งปนๆกันไป วันนี้พาข้าวฟ่างไปหาหมอรพ.จุฬาเรื่องตุ่มที่หน้าขา มันยังเป็นเหมือนผื่นแดงและยังลามเป็นวงกว้างไปเรื่อยๆ หมอแหม่มก็ลองให้ยาตัวใหม่ หยิบจากในกระเป๋ายื่นให้เลย ภาวนาขอให้หายนะ หมอแหม่มบอกว่าถ้าอาทิตย์หน้ายังไม่หายอยากจะขอตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ ตอนแรกยังไม่อึ้ง พอบอกว่าตัดด้วยเครื่องมืออันนี้โดยฉีดยาชาหนึ่งเข็ม ตัดเนื้อไปประมาณ 3 มม. แล้วเย็บแผลอีกหนึ่งเข็ม....อึ้ง...ตอนนั้นพูดอะไรไม่ออก โดนเองยังคิดว่าน่าจะโครตเจ็บ นี่ข้าวฟ่างโดน...แค่คิดว่าถ้าโดนจริง ตัวเราจะเจ็บกว่าข้าวฟ่างขนาดไหนว่ะเนี่ยะ เลยขอหมอว่าดูกันอาทิตย์หน้าล่ะกันนะครับ แต่หมอก็ดีนะเขาถามความเห็นทางเราสองคนก่อนว่าOK ไหม(ในใจไม่OK ตั้งแต่ได้ยินแล้ว) เพราะฉนั้นต้องหาวิธีทำให้ข้าวฟ่างหายให้ได้..ทำไงดีฟ่ะ แถมวันนี้ข้าวฟ่างตัวร้อนแต่เช้าอีก ขออย่าให้เป็นไข้ไม่สบายเลยนะ สงสารลูก

ช่วงนี้น้ำท่วมใหญ่เกือบทั่วประเทศ จุดเริ่มต้นเริ่มที่ปากช่อง(บ้านเรา) ตั้งแต่เกิดมาจนเกือบจะสี่สิบปีปากช่องไม่เคยมีน้ำท่วมขนาดสูงเกือบมิดบ้าน หลังจากท่วมปากช่องมันก็ลามไปเกือบทั่วประเทศ คราวหน้าเดี๋ยวเอาภาพมาลง อีกสิบปีข้างหน้าจะเป็นยังไง see u

วันจันทร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2553

1 ขวบแล้วค่า





























ช่วงนี้พ่อวัวไม่เข้ามาอัพเดทข้าวฟ่างเลย งานยุ่งๆ แม่วัวเลยต้องคอยดูแลบล็อกอีกตามเคย







เดือนนี้ข้าวฟ่างครบ 1 ขวบแล้ว พัฒนาการก็เป็นไปตามวัย เริ่มซนมาก ชอบรื้อข้าวของกระจาย ยิ่งเป็นกระเป๋าหม่าม้าแล้วชอบมากเห็นทีไรรื้อของออกมาหมดเลย เริ่มเกาะยืนเดินได้ดีขึ้น บางทีเผลอๆปล่อยมือยืนได้แป๊ปนึง พอนึกได้ก็ลงนั่ง อันที่ล่าสุดวันนี้ ปีนขึ้นบันไดได้เอง แต่ต้องมีคนคอยดูนะ เพราะซี่ลูกกรงที่บ้านห่างมาก อาจตกตามร่องได้ เดี๋ยวอาทิตย์นี้ตองเรียกเจ้าของฟาร์มปรับปรุงบ้านด่วน ก่อนที่ข้าวฟ่างจะตกบันได เมื่ออาทิตย์ที่ผ่ามาได้พาข้าวฟ่างไปหัวหินกับเพื่อนๆเจ้าของฟาร์ม พักโรงแรม Intercontinantal โรงแรมสวยมาก มีเตียงเด็กให้ข้าวฟ่างด้วย ส่วนที่ข้าวฟ่างชอบมากก็คืออ่างอาบน้ำเล่นสนุกเลย เสียดายข้าวฟ่างไม่ได้ลงสระว่ายน้ำ เพราะเด็กเกินเดี๋ยวจม ไว้ปีหน้าจะพาไปเที่ยวใหม่นะคะ

วันอาทิตย์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2553

เมื่อข้าวฟ่างป่วย




ไปโคราชกลับมา ทั้งป่าป๊าและข้าวฟ่างก็ไม่สบายทั้งคู่ ข้าวฟ่างมีไข้สูง 37-38 C ตั้งแต่วันเสาร์ถึงวันจันทร์ หม่าม้าก็เช็ดตัวแห้กินยาลดไข้ก็ไม่หาย วันจันทร์กลับมาจากทำงาน ป่าป๊าบอกว่าไข้สูง 38 หม่าม๊าตัดสินใจพาข้าวฟ่างไปรพ.ทันทีเพราะว่าตกกลางคืนไข้จะสูงขึ้นอีก แต่เนื่องจากป่าป๊าก็ไม่สบายขับรถไม่ไหว หม่าม๊าเลยให้อี๊หลินส่งคนขับรถมาพาข้าวฟ่างไปรพ. ไปกับคุณยาย 3 คน หมอให้นอนรพ. เจาะเลือดไปตรวจหาเชื้อด้วย สงสารข้าวฟ่างจับใจตอนเขาเจาะเลือด ร้องไห้ดังลั่น วันที่ 2 ไม่กินนมเลยต้องให้น้ำเกลืออีก นอนไป3 วัน กลับบ้านมาก็ขวัญเสียตื่นมาร้องไห้กลางดึก เลยต้องรับขวัญข้าวฟ่างตามสูตรโบราณ ไหว้พระที่บ้านบอกให้เรียกขวัญกลับบ้านมาด้วย ไม่น่าเชื่อ ข้าวฟ่างหายงอแงเลย มีคนบอกว่าเวลาไปไหนนานๆ เวลาจะกลับต้องเรียกชื่อข้าวฟ่างดังๆให้ขวัญกลับบ้านมาด้วย ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อโบราณไว้

วันศุกร์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2553

วันแม่ปีแรก




ปีนี้แม่วัวได้ทำหน้าที่แม่ เป็นปีแรก เข้าใจแล้วว่าความรักที่ยิ่งใหญ่ รักโดยไม่มีข้อแม้ เป็นยังไง


หม่าม้าคนนี้จะเฝ้าคอยดูแลหนูให้เติบโตเป็นเด็กที่มีความสุข หม่าม้าไม่คาดหวังให้หนูต้องเป็นเด็กเรียนเก่ง เพอร์เฟค แค่ให้หนูได้เติบโตเป็นคนดี มีความสุขก็เพียงพอแล้วจ๊ะ


วันนี้หม่าม้าพาข้าวฟ่างไปวัดไถ่ชีวิตโค-กระบือที่วัดราชโอรส ให้หนูเข้าวัดบ่อยๆ หนูจะได้เป็นเด็กดี บุญรักษานะจ๊ะลูก

วันจันทร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2553

....



นั่งดูรูปเก่าๆของข้าวฟ่างแล้วมีความสุขมากกกกก ได้เห็นพัฒนาการมาเรื่อยๆ ดีนะที่ถ่ายเอาไว้ เพราะถ้าอาศัยแค่สมองจำภาพเก่าๆคงจะลืมบางช่วงบางตอนเป็นแน่ วันนี้ก้อเริ่มต้นของการที่ข้าวฟ่างอายุครบ 10 เดือน จากเ็ด็กตัวน้อยๆในอ้้อมแขนที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้กลายมาเป็นเด็กที่เริ่มจะหัดเดิน หัดยืน คงอีกไม่นานเราก็คงได้พูดคุยกันแล้วนะ แม้ว่าตอนนี้หนูจะขี้โวยวายไปหน่อยก็ตาม แต่ช่วงอารมณ์ดีก็มีให้เห็นบ่อยๆเหมือนกัน อีก 2 วันก็เป็นวันแม่แล้วหนูคงยังไม่รู้ความหมายของวันนี้ แต่แม่วัวคงเข้าใจความหมายได้เป็นอย่างดีเลยล่ะ

อีกนานกว่าข้าวฟ่างจะรู้ภาษา
เมื่อโตแล้วอ่านข้อความข้างล่างนี้ล่ะกันนะ

อุ่นใดๆ โลกนี้มิมีเทียบเทียม อุ่นอกอ้อมแขนอ้อมกอดแม่ตระกอง

รักเจ้าจึงปลูก รักลูกแม่ย่อมห่วงใย ไม่อยากจากไปไกล แม้เพียงครึ่งวัน

* ให้กายเราใกล้กัน ให้ดวงตาใกล้ตา ให้ดวงใจเราสองเชื่อมโยงผูกพัน

อิ่มใดๆ โลกนี้มิมีเทียบเทียม อิ่มอกอิ่มใจ อิ่มรักลูกหลับนอน

น้ำนมจากอก อาหารของความอาทร แม่พร่ำเตือนพร่ำสอน สอนสั่ง

** ให้เจ้าเป็นเด็กดี ให้เจ้ามีพลัง ให้เจ้าเป็นความหวังของแม่ต่อไป ใช่เพียงอิ่มท้อง

ที่ลูกร่ำร้องเพราะต้องการไออุ่น อุ่นไอรัก อุ่นละมุน ขอน้ำนมอุ่นจากอกให้ลูกดื่มกิน

ศิลปิน : ศุ บุญเลี้ยง
เพลง : อิ่มอุ่น

วันอังคารที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ข้าวฟ่างเดินสายทำบุญ












แม่วัวขอเขียนต่อจากเจ้าของฟาร์มนะ


จากที่เจ้าของฟาร์มได้เขียนไว้ว่าข้าวฟ่างไปทำบุญกับที่บ้านคุณยายที่สิงห์บุรีนั้น ก็ต้องรีบตื่น
เพราะคุณยายโทรมาตามตอนเกือบ 8 โมง ซึ่งวันนี้ข้าวฟ่างตื่นสาย เพราะต้องไปให้ทันก่อนเพล ก็เลยต้องรีบกันหน่อย เอาข้าวไปกินบนรถ ข้าวฟ่างกินได้เยอะเลย อี๊หลินเช่าพระมาใหม่เลยให้คุณยายแกะมาแขวนในรถ คุณยายก็เลยคล้องคอข้าวฟ่างเพื่อเป็นศิริมงคล ดูแล้วเหมือนเด็กผู้ชายเล่นพระไหม แล้วคุณยายก็เล่น ฮ.นกฮูกตาโต(ท่องก. ไก่ ถึง ฮ. นกฮูก) ข้าวฟ่างก็เลยอมยิ้มตลกท่าทางคุณยาย
ถึงวัดก็ถวายอุปกรณ์กีฬาให้เจ้าอาวาส เพื่อนำไปให้เด็กนักเรียน (ในวัดนั้นเป็นโรงเรียนด้วย)

ขากลับแวะกินข้าวที่อยุธยา ข้าวฟ่างก็อารมณ์ดี คงชอบออกไปเที่ยวขึ้นรถก็หลับสบาย

วันอาทิตย์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2553

วันว่าง


วันนี้ตื่นไปส่งแม่วัวกะข้าวฟ่างแต่เช้าไปสิงห์บุรีกะทางคุณยายและอาอี๊หลิน สองพ่อลูกนอนกันอยู่สบายๆดันมาปลุกให้ตื่นแบบเร่งด่วน เลยงงๆเอ๋อๆกันทั้งพ่อทั้งลูก กลับจากส่งเสร็จเราจะทำอะไรดีหว่าท่าทางจะว่าง เหอๆๆๆ มีเวลาส่วนตัวกะเขาบ้างแล้วสิเรา ว่าแล้วก้อลุยเลย....วันนี้ตั้งใจจะเคลีย์ต้นไม้ให้จบ ทำไปได้สักพักโอ้แดดแรงเอาไว้ตอนเย็นดีกว่า เปลี่ยนไปเก็บกวาดหน้าบ้านให้เรียบร้อยแทนน่าจะดี ร่มด้วย (โดยส่วนตัว เวลาว่างคือการได้จัดการเก็บกวาดไอ้ที่รกๆให้มันดูสะอาดๆ) ว่าแล้วจัดหน้าบ้านไปก็เตะแมว(เขี่ยเอานะ)เล่นไปด้วย มันอยู่มากี่เดือนแล้วล่ะเนี่ย ช่วงบ่ายๆแม่บ้านลงมาทำความสะอาดชั้นล่าง เราก้อได้ขึ้นไปชั้นสองแล้วไปนั่งทำกรง(คอก)ข้าวฟ่าง ทำเพิ่มจากเดิมโดยติดแถบฟองน้ำักันหัวกระแทกด้านนอกด้วย(ทำไมไม่อยู่แต่ข้างในล่ะ อุตส่าห์ทำแบบปลอดภัยให้)นั่งทำไปเรื่อยๆจนข้าวฟ่างกลับมาแล้ว เราก็อเลยหนีไปทำต้นไม้ต่อจากเมื่อเช้า ซื้อกระถางมาเป็นชาติได้ฤกษ์ปลูกซะที หมดวันอีกแล้ว พรุ่งนี้ต้องทำงานแล้ว รู้สึกเหมือนยังไม่ได้พักเลย เฮ้อ...เหนื่อยดี (แต่อยู่กะแม่วัวกะข้าวฟ่างแล้วมีความสุขม๊ากมาก รักทั้งคู่เลย แต่แอบเทใจให้ลูกเยอะกว่านิ๊ดดดดนึง) ^____^

วันศุกร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ฉีดยา(สะท้านใจพ่อ...คิดถึงเข็มแล้วเจ็บแทนแต่โดนแทนไม่ได้ 555)


ตีหนึ่งกว่าไม่นอน ชอบรอบรรยากาศในการเขียนช่วงนี้ตลอดเลย ลำบากในการพิมพ์ห้องปิดไฟมืดแถมตัวอักษรบางตัวหายากจริงๆ จำได้ว่ามันอยู่แถวๆนี้นี่หว่า ใครพิมพ์เก่งคงไม่รู้หรอกว่าเวลาอยากใช้ตัวนี้แล้วมันชอบหนีไปที่อื่นเสมอ พิมพ์ไปก็นั่งดูข้าวฟ่างนอนดิ้นไป รู้สึกจะชอบจริงๆเลยนะกะการเอาขามาพาดหมอนข้างของเรา จะเอาขาออกก็เกรงใจลูกเดี๋ยวตื่นมาพาลจะไม่ได้นอนกันทั้งหมด นอนกอดผ้าห่มก็ได้(ว่ะ)
วันนี้ช่วงบ่ายพาข้าวฟ่างไปฉีดวัคซีนที่อนามัยลาดพร้าว(เหมือนเดิม) คนเยอะตลอดกาล วันนี้ตรวจฟันด้วยแถมได้ฟลูโอไลด์มากินกันฟันผุ(มั้ง) ข้าวฟ่างก้อแปลกเจอเจ้าหน้าที่เปิดปากดูฟันก็ยอมโดยดีไม่หนี ทีเราจะดูดันไม่ให้ ลงมาด้านล่างรอฉีดยาชาวบ้านพาลูกหลานมากันเรื่อยๆ ถ้าไม่มีอนามัยแบบนี้แล้วต้องเข้าโรงบาล เขาจะจ่ายค่ายา ค่าบริการ ค่าวัคซีน และอื่นๆรวมค่าตัดแต่งต้นไม้,ค่ารปภ.ในโรงบาล(ไม่ระบุในใบเสร็จรับเงิน)ไหวไหมหว่า ออกจากห้องฉีดยามานึกว่าไม่ร้องไห้ น้ำตาคลอมาเลย เหอะๆๆเจ็บหน่อยลูกเขานัดอีกทีก็โน่นเมษาปีหน้า ก็พาข้าวฟ่างไปปลอบใจด้วยการไปซื้อส้มที่Golden placeให้กิน ดันหลับตอนถึงที่หมาย เฮ้อ นึกว่าแม่วัวจะซื้อแต่ส้มแล้วรีบกลับ ดุ่ยๆไปซื้อปลาช่อนนึ่งเฉยเลย เลยต้องรออีกเกือบครึ่งชั่วโมง เสียค่าพาข้าวฟ่างไปนั่งหลับตรง Food อีก 65 บาท เพื่อแลกกะกาแฟหนึ่งแก้ว เหอๆแถวนี้มีแต่ผู้สูงอายุ นอนไปเถอะลูกไม่มีอะไรน่าสนใจ นอกนั้นก้อไม่มีอะไรมากเพราะต้องกลับไปทำงานต่อ ส่วนข้าวฟ่างก็อยู่กับแม่วัวไปเน๊อะ

ข้าวฟ่าง เดี๋ยวนี้แสดงอารมณ์เก่งจังนะหลากหลายด้วย และอยู่ในช่วงที่ชอบทำตามอย่างที่เห็น
ลืมเล่าให้ฟัง
วันนี้เจ้าหน้าที่อนามัยถามคำถามปกติที่คงถามพ่อแม่ทั่วไป แต่พอได้คำตอบทำไมทำสีหน้าแบบ....
เจ้าหน้าที่ : 9เดือนแล้ว ตบมือได้ยัง
พ่วกเดียวกะข้าวฟ่าง : ยังครับ
เจ้าหน้าที่ : ไหว้(ธุจ้า) ได้ยัง
พ่วกเดียวกะข้าวฟ่าง : ยังครับ
เจ้าหน้าที่ : (ทำหน้าเหมือนกับประหลาดใจ)
พ่วกเดียวกะข้าวฟ่าง : แต่ทำอย่างอื่นได้นะ กะชอบทำตามแบบที่เห็น
เจ้าหน้าที่ : ทำหน้าเหมือนเดิม
พ่อข้าวฟ่าง : (นึกในใจ) งงอะไรขนาดนั้นว่ะ ลูกตูปกติเพียงแต่ตูไม่ได้สอนเท่านั้นเองโว๊ย ต้องสอนไม่ใช่เหรอเด็กถึงจะทำได้ โครโมโซมคู่ไหนมันบังคับให้เด็กตบมือได้ฟ่ะ
ทำหน้ายังกะอะไรซักอย่าง เบื่อมัน (แต่เจ้าหน้าที่คนอื่น OK นะยกเว้นห้องเบอร์สามนี่แหล่ะ)

วันพุธที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

กลับมาแล๊ววววว

ช่วงนี้เริ่มฟื้นตัวจากการทำงานแบบหามรุ่งหามค่ำ 2 อาทิตย์เต็มๆที่ทำแบบเช้าถึงเช้าของอีกวัน โชคดีที่แม่วัวเข้าใจและอดทนเลี้ยงลูกไปคนเดียวก่อน(มียายคอยช่วย) ได้ยอดขายมาแบบนี้ก็หายเหนื่อยเหมือนกัน ^___^ พรุ่งนี้แล้วสิที่ต้องพาข้าวฟ่างไปฉีดวัคซีน คิดว่าคราวนี้ร้องลั่นแน่ๆพูดถึงเข็มแล้ว หยึ๋ยย เจ็บแทน โชคดีนะลูกวัว ตอนนี้ฟันล่างซี่ที่สองเริ่มขึ้นแล้วคงคันน่าดู เห็นเม้มปากบ่อยๆแต่ก็ไม่ค่อยเอาของใส่ปาก ก้อดีไป ง่วงงงงง..ง ไปนอนดีกว่า พรุ่งนี้ค่อยรายงานการแหกปากร้องของข้าวฟ่างตอนฉีดวัคซีนดีกว่า

วันอาทิตย์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ข้าวฟ่างเริ่มเกาะยืน




แม่วัวมาอีกแล้ว เจ้าของฟาร์มติดภาระกิจทำคอกกั้นให้หนูอยู่


ข้าวฟ่าง 9 เดือนแล้วเริ่มเกาะยืน เลยขยัน เกาะยืนทั้งวัน หม่าม้าเลยให้ใส่กางเกงซับฉี่เป็นพรีเซนเตอร์ขายของที่ร้านซะเลย http://www.kidswerafashion.com/ (โฆษณาอีกรอบ) ช่วยกันทำมาหากินนะลูก จะได้มีตังค์ไปออกรถให้หม่าม้าขับพาหนูไปโน่นมานี่ยามป่าป๊าไม่ว่างจ้า


2 อาทิตย์ที่ผ่ามาป่าป๊างานยุ่งเลยไม่ได้อยู่กะหนู อาทิตย์นี้ได้อยู่กะข้าวฟ่าง3 คนพ่อแม่ลูก ข้าวฟ่างอารมณ์ดีมากเลย หัวเราะ เล่น คุยโม้ทั้งวัน อาทิตย์นี้ป่าป๊าเขาตั้งใจจะทำคอกกั้นของข้าวฟ่างให้สำเร็จ เนื่องจากอาทิตย์ที่ผ่านมาข้าวฟ่างหลับที่ชั้นลอย คุณยายเลยแอบลงไปตากผ้า แต่แป๊ปเดียวก็ได้ยินเสียงข้าวฟ่างร้อง แหม่มๆ คุณยายรีบวิ่งมาดู ข้าวฟ่างคลานอยู่กับพื้นแล้ว อันตรายจริงๆ เฮ้อ ข้าวฟ่างจ๋า หม่าม้าเป็นห่วงนะ จริงๆหม่าม้าจะหาคอกกั้นหนูตั้งแต่ตอนหนู 5 เดือนแล้ว แต่ป่าป๊าอารมณ์ศิลปินบอกจะทำเองแล้วก็เพิ่งจะเริ่มไปซื้ออุปกรณ์เมื่อเดือนที่ผ่านมาเอง เดี๋ยวทำเสร็จหม่าม๊าจะเอาไปลงขายในเวปด้วยดีไหมจ๊ะ




วันนี้ป่าป๊าบอกว่าจะทำคอกกั้นหนูให้เสร็จ วันนี้ป่าป๊าก็เลื่อยไม้(ตอนไปซื้อกะความยาวไม้สูงไป ต้องมาเลื่อยออกอีก เฮ้อ ) แล้วก็ติดกันกระแทกให้ข้าวฟ่าง ตอนเย็นส่งข้าวฟ่างขึ้นนอน แต่ไหงป่าป๊าหลับก่อนข้าวฟ่างอีก สงสัยคงต้องหาวิธีแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน อาทิตย์นี้เลยเอากำไลข้อเท้าที่อาม่าซื้อให้มาใส่ข้าวฟ่างก่อน แบบว่าอยูไหนยังพอรู้ได้บ้าง




ป่าป๊าตื่นมาตอน 5 ทุ่มครึ่ง อาบน้ำแล้วก็ยังทำมาถามว่าหลับไปตอนไหนอีก โธ่ หลับก่อนลูกอีก ยังมีมาพูดแก้เก้อว่าทำงานหนักก็เลยเพลีย หม่าม้าน่ะรู้ทันหรอก ป่าป๊าเขาอารมณ์ศิลปิน ถ้าสั่งจะไม่ทำ ถ้าจะทำตองรออารมณ์ค่า

วันเสาร์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

เด็กเกาหลี


" แม่วัวขอเขียน ''
วันนี้ครบ 1 สัปดาห์หลังจากทรงผมใหม่ของข้าวฟ่างที่คุณยายบอกว่าผมเด็กยาวเร็ว วันนี้มาอัพเดทข่าวสารกันค่า
วันนี้พาข้าวฟ่างไปถวายเทียนเข้าพรรษาวัดที่ไว้กระดูกคุณยายทวด ที่สิงห์บุรี
ทันทีที่หม่าม้าเห็นทรงผมใหม่ก็คิดหาวิธีที่จะทำให้ข้าวฟ่างดูเป็นเด็กผู้หญิงกลับคืนมาดังเดิม ว่าแล้วก็หาตัวช่วยจนเจอผ้าคาดผมเด็กแบบมีปอยผม ว่าแล้วก็สั่งทางเน็ตและให้ส่ง EMS จึงได้ของวันศุกร์ ได้ใช้ทันวันเสาร์อย่างฉิวเฉียด และเป็นที่ปลาบปลื้มใจของหม่าม้ามาก เพราะว่าข้าวฟ่างน่ารักที่สุดเลย ว่าแล้วคงต้องหามาขายในเวปโดยเอาข้าวฟ่างเป็นพรีเซ็นเตอร์เหมือนเคย
นี่เป็นอาทิตย์ที่ 2 ที่เจ้าของฟาร์มยุ่งกะงานจนไม่มีเวลาเล่นกะข้าวฟ่าง ไม่เป็นไร ได้คุณยายมาช่วยเลี้ยงก็โอเค วันนี้ขากลับหม่าม้ากะคุณยายเลยไปกินกุ้งเผาตัวโต เป็นการให้กำลังใจป่าป๊าที่ทำงานหนักอย่างตั้งใจ (หม่าม้าซื้อทอดมันปรากรายแสนอร่อยไปฝากป่าป๊านะจ๊ะ)


อาทิตย์นี้ให้ข้าวฟ่างกินข้าวต้มผสมกับซีรีแลคโดยใส่ข้าวให้เยอะขึ้น เพราะรู้สึกข้าวฟ่างจะติดรสหวานของซีรีแลค เลยจะไม่ทานข้าวจริงๆเอา ข้าวฟ่างก็ปรับตัวทานได้ดีขึ้น และตอนกลางคืนก็นอนหลับยาวขึ้น แต่ยังดิ้นเก่งเหมือนเดิม บางทีตอนเช้าก็คลานไหปลายเตียงโดยที่หม่าม้าหลับอยู่เลย (อันตรายจริง)
วันนี้แค่นี้ก่อน ไว้จะมาเขียนใหม่จ้า

วันจันทร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ทรงผมใหม่




อันนี้แม่วัวขอเขียนบ้างนะ
สวัสดีค่ะ วันนี้หม่าม้าไปทำงาน ป่าป๊างานยุ่งมากเพิ่งนอนตอนเช้าค่ะ หนูเลยต้องอยู่กับคุณยาย 2 คน วันก่อนคุณยายบอกหม่าม๊าว่าผมหน้าหนูมันยาว บอกหม่าม้าหลายวันแล้วก็ไม่เห็นหม่าม้าจะเล็มให้ (ก็วันเสาร์ อาทิตย์เป็นวันหยุดหนูเหมือนกัน ป่าป๊า กะหม่าม้าอยู่บ้าน หนูก็ไม่ค่อยอยากนอน) สบโอกาสวันนี้หนูก็โดนบทสวดคุณยายเหมือนเคยก็เลยหลับยาว อยู่ดีๆคุณยายก็แอบมาเล็มผมหนู แต่คิดว่าคงเล็มเพลิน หนูเลยเป็นแบบในรูป ตื่นมายังตกใจอยู่เลย หนูเข้าใจนะคะว่าเขาฮิตม้าเต่อ แต่.....หนูว่ามันเต่อไปไหมคะคุณยาย ฮือๆๆ ป่าป๊าตื่นมา คงต๊กกะใจเลยรีปถ่ายรูปส่งให้หม่าม้าดู หม่าม้ารีบโทรหาคุณยาย เพราะเสาร์นี้มีไปโชว์ตัวที่ต่างจังหวัดบ้านคุณยายซะด้วย คุณยายบอกไม่เป็นไร ไม่ต้องตกใจ สระผมทุกวันเดี๋ยวเสาร์นี้ก็ยาวทัน หม่าม้าเลยต้องรีบส่งเมล์ให้เพื่อนๆดูเป็นการใหญ่ เพราะอดขำหน้าตาของหนูไม่ได้ แถมจริงๆแล้วคุณยายเล็มข้างหลังด้วย กลายเป็นทรงกะลาครอบขอแท้เลยค่า
หนูเอารูปทรงผมเดิม วันก่อนที่ไปเที่ยวกะคุณยาย (คุณยายกินขนมไม่แบ่งกันเลย) กับรูปวันนี้ ที่เพิ่งโดนตัดมาให้ดูกันด้วย เห็นแล้วตกใจเหมือนหนูไหมคะ

วันศุกร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ช่วงงานตรึม

ช่วงนี้งานตรึม มีเวลาเล่นกะลูกสาวน้อยมาก แต่ก้อพยายามมาดูบ่อยๆ เหมือนเวลาเหนื่อยๆเจอหน้าข้าวฟ่างแล้วสด...ดชื่นพลังงานกลับมาเต็มเปี่ยม เมื่อคืนไปติดงานกลับมาตีสองครึ่ง(งานToy Story 3)ที่พารากอน งานแรกท่ได้ทำตัวการ์ตูน ได้ทำซุ้มประตู ออกมาก้อOk. สมกับที่อดหลับอดนอนทำ อันต่อไปก็จะเจอกับ Starbucks & Dunkin Donut เหอๆๆๆ เอางานพร้อมกันเลย Big promotionซะด้วย จะSubงานออกไปก้อเสียดาย ลุยเลยดีก่า อย่างมากอดนอนสักหนึ่งอาทิตย์(อีกรอบ) แต่จะทำยังไงดีทางDisneyแจ้งให้ผลิตงานเพิ่มเพียบ สับสนๆๆ เดี๋ยวซื้อเครื่องเพิ่มซะหรอก ข้าวฟ่างอดทนหน่อยนะลูกหมดงานเดี๋ยวPapaพาไปเที่ยวทะเล..เอาปล่าว ราตรีสวัสดิ์ เวลานอนยิ่งหายากๆอยู่่

ปล.ช่วงนี้คลานเร็วจังเลยนะ เผลอแป๊ปเดียวไปโน่นแล้ว ยังทำคอกกั้นไม่เสร็จเลย

วันอาทิตย์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2553

อายุครบ 8เดือนแล้วนะ


ครบ 8 เดือนแล้ว.....เขียนช้ากว่ากำหนดส่งต้นฉบับไม่ทัน เฮ้อ..เขียนไปเรื่อยๆดีกว่า ตอนนี้ 8 เดือนเอารูปที่ผ่านๆมา มาดูเปรียบเทียบ เออ แต่ก่อนผมยังไม่ขึ้นดูหัวเหม่งแปลกดี ตอนนี้หนูเริ่มผมยาวแล้วนะ ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาหฤโหดจริงๆ อากาศโครตมั่วเลย ร้อนกะฝน ไม่แน่ใจว่าเป็นฤดูไหน ร้อนมากกกก แถมเป็นไข้หวัด(แพ้อากาศ)อีก จะอยู่ใกล้ลูกไงดีล่ะอาม่ากะยายไม่อยู่ด้วย แม่วัวไปทำงาน อยู่กัน 2 คน ติดหวัดแน่ๆข้าวฟ่างเอ๋ย 2-3 วันถัดมาเป็นจริงๆแต่เป็นแค่วันเดียว เออกินนมแม่ตลอดภูมิเลยดี ตอนนี้แม่วัวเป็นตามซะแล้ว เสาร์ อาทิตย์นี้เลยเลี้ยงเดี่ยวอีกแล้ว โดยอุ้มไปให้อาม่าเลี้ยงเดี่ยวแทนเหอๆๆๆ เราก้อกลายเป็นตัวช่วยแทน(ยังไม่หายดีแต่ก็ดีกว่าแม่วัวเยอะ) พัฒนาการข้าวฟ่างตอนนี้ คลานไว ปีนเก่ง เริ่มโวยวายเมื่อโดนแย่งของเล่น กินเก่งขึ้นเยอะ และตดดังเหมือนเดิม มีอยู่วันนึงเผลอไปเปิดตูดดูว่าอึมาด้วยหรือปล่าว อื๋ยยย ไม่อึแต่กลิ่นสุดยอด

เดี๋ยวนี้เสาร์อาทิตยไม่ได้อยู่บ้านเลยตะลอนทัวร์ทั้งครอบครัวตลอด สองอาทิตย์ก่อนพาอาม่าไปด้วย ไปทำบุญที่วัดมหาธาตุ บางเขน แล้วไปเที่ยวSuper Market กล้วยไม้ที่แถวศาลายา


อาทิตยที่ผ่านมาไปวัดปากน้ำกะบ้านคุณยาย มีอาทิตย์นี้แหล่ะที่อยู่บ้าน..เพราะไม่สบายทั้งคู่ โปรแกรมเที่ยวต่างๆไม่ได้คิดล่วงหน้า ส่วนมากก้อโน่นอยากไปๆเลย อีกอย่างเพิ่งรู้ว่า มันสนุกกว่าเที่ยว 2 คนแบบแต่ก่อนเยอะมาก อาจเป็นเพราะคำว่าครอบครัวพ่อ แม่ ลูก อีกอย่างอะไรที่ทำแล้ว Happy ก้อทำไปเถอะ ทำงานหนัก มีเงินเยอะ แต่ไม่มีเวลาให้ครอบครัวแล้วทำไปทำไม เลือกให้มีงานทำมีเงินใช้(พอส่งข้าวฟ่างเรียนจบสูงๆได้)แล้วมีเวลาให้ครอบครัวดีกว่า พล่ามไปเรื่อยๆ เที่ยงคืนแล้ว ไปอาบน้ำนอนดีกว่า

วันอังคารที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2553

กลับถิ่นบ้านเกิด...ปากช่อง

ช่วงนี้ต้องเร่งระบายไดอารี่ซะหน่อย ค้างหลายรายการเหลือเกิน เขียนยากเขียนเย็นเหลือเกินนะเนี่ยะ อย่างว่าต้องรอของขึ้น(อารมณ์)จึงจะเขียนได้ พรุ่งนี้ต้องไปติดงานดังกิ้นที่ TheMall งามวงศ์วานแต่เช้า ก้อดันเกิดอาการอยากเขียนขึ้นมาซะงั้น ตอนนี้ตีหนึ่งกว่าๆเท่านั้นเอง

ช่วงเสาร์อาทิตย์สิ้นเดือน พค. ที่ผ่านมา กลับไปเยื่ยมเยียนปากช่องอีกที หลังจากไม่ได้กลับนานมากๆเพราะไม่รู้จะไปทำอะไร ครั้งนี้ที่ไปเพราะรู้มาว่าร้านไก่ย่างท่าช้าง(ที่เคยสร้างมา)จะปิดแล้ว พวกน้าน้อย ติ๊ก เขียว (คนงานเก่าที่เคยทำด้วยกัน) ก้อต้องออกโดยปริยาย เลยคิดจะพาข้าวฟ่างไปให้เขาดูก่อนที่แยกย้ายกันไป กลับไปที่ร้านไก่ย่าง(บ้านเดิมที่เคยอยู่มานานเป็นสิบๆปี) ความทรงจำยังอยู่เหมือนเดิมเกิดและโตที่บ้านหลังนี้ แต่อารมณ์ สภาพบรรยากาศในบ้านเปลี่ยนไปจากเดิมเยอะมาก ความรู้สึกอบอุ่นของบ้านไม่มีเหลืออยู่เลย ช่างมันตอนนี้ไม่ใช่บ้านเราแล้ว สงสารพวกน้าน้อย..ไม่รู้หลังจากนี้จะทำอะไรกันต่อ อยากช่วยแต่เรายังได้แค่พยุงตัวเองเลย แล้วจะทำยังไงดีล่ะ.... ออกจากบ้านเดิมก้อวิ่งรี่ไปบ้านเจ๊กเพ้ง เพราะข้าวฟ่างหลับแล้ว ตอนนี้แหล่ะได้โอกาสที่รอคอย ชวนแม่วัวไปกินเตี๋ยวเนื้อร้านประจำ อร่อย&เยอะเช่นเดิม คราวหน้าไปอีกก็กินอีก นั่งเล่นอยู่ที่บ้านเจ๊กเพ้งถึงประมาณห้าโมงกว่าเลยขับรถไปไหว้เจ้าพ่อเขาใหญ่(สอบติดม.ขอนแก่นเพราะบนเจ้าพ่อเขาใหญ่นี่แหล่ะ) มาปากช่องและมีเวลาส่วนมากจะมาไหว้ทุกครั้งแถมเส้นทางร่มรื่น สดชื่น ขับเข้ามาทางเข้า โอ้ๆๆขี่ขยายถนนหรือนี่ กำลังทำกันอยู่เลย เออวิ่งสบายดี แต่หลังจากวันนั้นไม่กี่วัน การขยายถนนเข้าเขาใหญ่ก็เป็นข่าวดัง เพราะมีคน องค์กร ฯลฯออกมาต่อต้าน ปัญหาเริ่มจากเขาตัดต้นไม้ใหญ่ประมาณร้อยยี่สิบกว่าต้น ตัดซะเกลี้ยงแล้ว ข่าวพึ่งจะมาออก นี่แค่แปดกิโลเมตรนะเนี่ยะ หลายกลุ่มออกมาประณาม ออกมาเรียกร้องให้หยุด คืนป่าให้ธรรมชาติ ฯลฯ NGO ก็มา เฮ้อ..ถ้าไม่เป็นข่าวจะมามั้ย เพราะตอนที่ไปเขาใหญ่ถนนขยายแล้ว ไม่มีป้ายประท้วง เรียกร้องให้หยุดซักแผ่น ใจไม่บริสุทธิ์นี่หว่า ตอนเขาเริ่มทำดันไม่เรียกร้อง ช่างมัน ตอนนี้เขาประกาศหยุดขยายแล้ว กลับเข้าเรื่องเดิมต่อดีกว่า ก่อนจะไปไหว้เจ้าพ่อก้อแวะไปที่ PaliO เขาใหญ่ คนเยอะยังกะหนอน ส่วนใหญ่ไปถ่ายรูปกันทั้งนั้น อาจจะเพราะคนเยอะมั้งเลยทำให้รู้สึกว่าเฉยๆ หามุมสวยๆไม่เจอ ไม่เหมือนกับตรงเส้นที่วิ่งออกไปทางมวกเหล็ก ที่นั่นเล็กแต่ดูสบายๆดี ดูจากรูปเอาเองล่ะกัน ส่วนข้าวฟ่าง..การออกไปเที่ยวทำให้รู้สึกสนุกตลอดไม่มีอาการร้องโยเย มีแค่สองอารมณ์ คึก(หัวเราะ ดิ้น อยู่ไม่สุข) กะหลับ ถือว่าโชคดีแล้วที่ข้าวฟ่างแข็งแรง หลังจากนัน้ไปไหว้เจ้าพ่อแล้วก้อกลับเข้ากอทอมอมาใช้ชีวิตในป่าคอนกรีตต่อไป เฮ้อ... ป่าคอนกรีต แดกแต่ไฟ เดือนนี้ยอดค่าไฟพุ่งไปที่สี่พันบาทแย๊วววววววววว เขียนเสร็จเกือบตีสอง พรุ่งนี้ทำไงล่ะ???? มันเป็นเรื่องของพรุ่งนี้ ก้อเอาไว้คิดพรุ่งนี้แล้วกัน

บ๊าย บาย นู๋ข้าวฟ่าง

ป๊ะป๊า....เขียน พิมพ์ นั่งคิด จินตนาการ โม้.......ฯลฯ
หม่าม๊า.....นั่งโพสรูปข้าวฟ่างเว็บอื่นๆ นั่งซื้อ-ขายของในweb ตอนนี้นอนไปแล้ว
ข้าวฟ่าง....นอน..นอน..นอนทั่วเตียง(กลิ้ง)

วันอาทิตย์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

Update รูปข้าวฟ่าง สดๆใหม่ๆร้อนๆ

http://picasaweb.google.com/poppixelone

หนูนั่งได้แล้วนะ และเริ่มที่จะคลานแล้วด้วยยย


โชว์การนั่งแบบไม่โยกเยก แต่หน้าบึ้งน่ะสิ ช่วงนี้นั่งเองได้สบาย และเริ่มที่จะคลานแต่ยังไม่คืบไปข้างหน้า ใส่เกียร์ถอยอย่างเดียว คิดว่าเร็วๆนี้น่าจะไปข้างหน้าแล้ว ในรูปที่คลาน..ถ้าเป็นแผ่นรองแบบในภาพข้าวฟ่างจะระวังในการเคลื่อนที่มาก ประเภทก้าวแล้วหัวปักพื้นแถบไม่มี แต่ถ้าเป็นเตียงนอน..โน่น พุ่งเอาหัวนำไปก่อน เหมือนจะรู้ว่ามันไม่เจ็บเน๊อะ

วันพุธที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

เที่ยวศูนย์ศิลปชีพบางไทร





อีกไม่กี่วันข้าวฟ่างก็จะครบ 8 เดือนแล้ว ^__^ อาทิตย์ที่ผ่านมาพาข้าวฟ่างไปเที่ยวที่ศูนย์ศิลปชีพบางไทร กับตลาดโก้งโค้งแถวๆบางปะอิน อากาศร้อนดีมากๆ "-_- ดีเกินไปด้วยซ้ำ เริ่มสตาทร์เครื่องประมาณ11โมงเพราะต้องรอข้าวฟ่างตื่นก่อน ขับไปเรื่อยๆขึ้นทางด่วนที่ไปลงบางปะอินเลย สะดวกมากรถไม่ค่อยมี ไปถึงที่ศูนย์ศิลปชีพ หวังจะไปดูวังปลาซะหน่อย ปิดปรับปรุงซะงั้น ไม่เป็นไร น่าจะมีอะไรใหม่มาให้ดูมั่งหลังจากที่เคยมาครั้งล่าสุดเมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว ขับเข้าไปในศูนย์........คนมาเที่ยวน้อยจนเหมือนไม่มีคนมาเที่ยวเลย ทำไมมันโหรงเหรงขนาดนี้ สงสัยมันร้อนมากช่างมันคนน้อยจะได้กินข้าวสะดวก เห็นคู่มือบอกมีร้านอาหารเอมโอษฐ์ด้วย ขับมาสักพักเห็นร้านไกลๆ น่าน..น มีรถจอดอยู่ 4-5 คัน ได้กินแน่ๆ พอเข้าไปใกล้ ทำไมเหมือนร้านปิด ไม่มีลูกค้าเลยเว๊ย เหอๆๆๆไม่กล้าจอด ขับไปตั้งหลักใหม่ดีกว่า มาอีกรอบ..เหมือนเดิมไม่มีลูกค้า งั้นกินมันที่ศูนย์อาหารเลย เปิดหลายร้านอยู่แต่มีคนนั่งกินอยู่โต๊ะสองโต๊ะเอง เดินเข้ามาจะรู้สึกถึงพลังจากสายตาแม่ค้าว่าช่วยมาซื้อตูหน่อยเหอะ คุยกะคนขายเขาบอกว่าแต่ก่อนวันหยุดคนเยอะตั้งแต่มีม๊อบที่กรุงเทพคนหายไปหมด เป็นอย่างนี้มาเกือบสองเดือนแล้ว ดูจากรูปล่ะกันว่าที่นั่งโล่งมาก วันนึงจะขายได้กี่บาท เหตุเกิดที่กรุงเทพดันกระทบมาถึงที่นี่ เอาเหอะม็อบก้อสลายไปแล้วขอให้คนกลับมาเที่ยวเหมือนเดิมแล้วกัน หลังจากโด๊ปเสร็จเลยเดินไปดูตรงที่เขามาทำงานกันแบ่งเป็นประเภทๆแล้วแต่ชนิด แต่ที่สังเกตุได้ว่าทำไมเขาไม่ทำให้มันดูดี ดูสะอาด เข้าใจว่าเป็นที่ผลิตผลงาน มันก้อสามารถทำให้สะอาดและดูน่าชมได้นี่ ลูกค้ามาดูเห็นกะตาเลยว่า Handmade จริงๆขายด้วยนั่งทำด้วย ดีจะตายไปนี่เข้าไปอยู่ได้ประมาณไม่เกินห้านาทีเพราะไม่รู้จะดูอะไร สงสัยหวังให้คนเข้าไปซื้อแต่ในอาคารที่แสดงมั้ง ช่างมันเขาทำอย่างนั้มานานแล้ว หลังจากนั้นก็ไปดูอะไรต่างๆนานาในอาคารแสดง ชั้นแรกเป็นที่ขายสินค้าจากกลุ่มแม่บ้าน กลุ่มโน้นกลุ่มนี้ เยอะทีเดียว ชั้นสองเป็นห้องนิทรรศการ ดูแล้วก็.....ดูรูปเอาเองดีกว่านะไม่ต้องบรรยาย


แวะอยู่ในอาคารนี้นานหน่อยเพราะเย็นสบายด้วยเครื่องปรับอากาศ ^__^ ข้าวฟ่างเลยนอนหลับไปหนึ่งรอบ หลังจากรอคอยข้าวฟ่างตื่นเราก็พากันไปหมู่บ้านสี่ภาคอีก(อยู่ใกล้ๆกัน) ..เงียบเหงาเหมือนเดิม น่าสงสารคนขายของเลยช่วยซื้อไปนิดหน่อย อากาศร้อนแต่ทั้งหมดก็เดินครบรอบทุกหมู่บ้าน แต่แวะหรือไม่เป็นอีกเรื่องนะ ออกจากที่นั่นราวๆห้าโมงเย็นแล้วไปต่อตลาดโก้งโค้ง 5555 ไปถึงตลาดปิดเก็บของเกือบหมด เอาไว้มาใหม่ล่ะกัน เน๊อะ

วันเสาร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ป๊อก 2 เด้ง

จั่วไว้อย่างนี้ ไม่ได้หมายความว่าสอนข้าวฟ่างเล่นไพ่นะ แต่มันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับข้าวฟ่างในแบบที่ใจหายแว๊บไปทั้งคู่เลยทีเดียว

ป๊อกเด้งแรก เมื่อคืนที่กลับจากศรีษะเกษ มาถึงบ้านประมาณ 3 ทุ่มครึ่ง ข้าวฟ่างตื่นมารับเสด็จที่ป๊ามันกลับบ้านซะทีเพราะตั้งแต่เกิดมานอนอยู่กะลูกทุกวัน เล่นกันแป๊ปๆก็ให้กินนมแม่วัวซะจะได้นอนต่อ เพราะช่วงนี้ข้าวฟ่างเป็นหวัด ก่อนนอนแม่วัวก็ทาวิคส์วาโปรับให้แล้วก้อไปอาบน้ำ ไอ้เราก้อนั่งเช็คMailอยู่ สักพัก ทำไมข้าวฟ่างมันร้องแปลกๆว่ะ หือ ๆ ฟืดๆ ตอนแรกไม่ได้สนใจคิดว่านอนละเมอ สักพักพลิกขึ้นมาคลานร้องยิ่งแปลกกว่าเดิมอีกเลยโดดขึ้นเตียงไปดู ทำไมหน้าข้าวฟ่างมันดูมันๆ หันไปเห็นตลับวิคส์เปิดอยู่ เฮ้ยตายแล้วมันควักวิคส์ออกมาป้ายโดนหน้าเพียบเลย เรียกแม่วัวออกมาแล้วรีบเช็ดหน้า ไม่รู้ว่ากินเข้าไปหรือเปล่า เบนซ์จะเอาไปโรงพยาบาล เลยบอกว่าเอาผ้ามาเช็ดก่อนดีกว่าเพราะคงแสบมาก เอาผ้าเปียกกวาดปากอีกด้วยเพราะข้าวฟ่างชอบดูดมือ ความเครียดขึ้นสมอง สงสารลูกร้องตลอด พอเช็ดหน้าบ่อยๆคงหายแสบ เริ่มกลับมายิ้มอีกครั้ง เลยสบายใจขึ้นมาหน่อย เหลือแต่ว่ากินเข้าไปหรือเปล่า ก็เลยรอดูสักพัก เห็นหัวเราะและเล่นได้แล้วก็เลยไม่ไปเพราะไม่น่าจะกิน เช็ดเหงือกก็ไม่มีอะไรติดออกมา เบาใจไป เลยถามเบนซ์ว่าเอาตลับวิคส์วางไว้ตรงไหน...หัวนอนข้าวฟ่างและก็ไม่ได้หมุนเกลียวตลับเพราะเวลาใช้จะได้เปิดได้ง่ายๆ เฮ้อ..มันเกิดขึ้นแล้วโมโหไปก็เปล่าประโยชน์ สุดท้ายกว่าจะนอนก็ดึกอีก เพราะคอยดูว่าช่วงข้าวฟ่างหลับ จะเป็นอะไรอีกหรือเปล่า เฮ้อ(อีกรอบ)


เด้งที่สอง วันนี้ช่วงสายๆเอาข้าวฟ่างนอนเปลไกว เบนซ์ไกวเปลแล้วหลับเพราะข้าวฟ่างหลับไปก่อนแล้ว ส่วนเรานั่งเล่นPSPอยู่ก็ไกวให้เปลขยับบ้างบางครั้ง สักพักมีเสียง ตุบ หันไปดูใจหายแว๊บกว่าเมื่อคืนอีก ข้าวฟ่างหล่นจากเปลไกว ลงมานอนหงายที่พื้น หัวโขกกับพื้นปาร์เก้ดังตี่ง รีบไปอุ้มขึ้นมาเขย่าๆก่อน โอ๊ย..เจ็บแทนเลย แต่คงเพราะว่าข้าวฟ่างงงอยู่มั้งเลยไม่ร้อง หัวไม่โนโชคดีไป ว่าแล้วเอาเบาะมาลองใต้เปล เอาข้าวฟ่างใส่เปลใหม่ อืม..ทำตัวเอง พลิกตัวในเปล เกาะขอบเปลเพื่อดันตัวขึ้น มันก็ตีลังกาลงมานอนที่พื้นน่ะสิ แต่พออยู่ใต้เปลล่ะเล่นสนุกเลยนะ ทำเอาหัวใจจะวายยังสนุกได้อีก นั่งนึก..ลองคลาน ลองเดินได้ จะเป็นไงว่ะเนี่ยะ (จากรูป อยากรู้ว่าหล่นมาได้ไง เพื่อความปลอดภัยเลยเอาฟูกรองไว้ก่อน พอเอาข้าวฟ่างวางในเปล step การหนีออกจากเปลเป็นไปตามรูปแถมพลิกตัวโชว์ให้ดูอีกต่างหาก ตอนหล่นจริงไม่มีพลิกตัวนะ โป๊ก..แล้วนอนหงายท้องแบบงงๆ)

อาลัยกับการจากไป

เอก..เฮียเสียใจด้วยกับการจากไปของป๋อมแป๋ม แม้ว่าเราจะไม่อยากให้มันเกิดขึ้นหรือคิดว่าทำไมมันไม่เกิดกับตัวเรา แต่ความเป็นจริงมันเป็นอย่างนี้แล้วคงต้องยอมรับมัน ตอนนี้รีบสร้างกำลังใจขึ้นมาใหม่เพื่ออีกคนหนึ่งที่เราเหลืออยู่ เฮียเชื่อมากๆว่าเอกสามารถเลี้ยงหมี่หยก(ลูกสาว)ได้และเลี้ยงดูเป็นอย่างดี เอาใจช่วยและยังคงเป็นกำลังใจให้น้องชายเฮียคนนี้ตลอดไป..

วันอังคารที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

บางนาแล้วไปบางแสน บางที..ลืมว่าไม่ได้ไปนานแล้ว


2 พค 53 ที่ผ่านขับรถไปเที่ยวเล่นบางแสน ด้วยความคิดที่ว่าจะมาอาม่าไปซีคอนเพื่อซื้อของ แต่กลับกลายเป็นอาม่าอยากไปทะเลแทน เอ้า ไปก็ไป ใกล้ๆแค่นี้ จริงๆไปถึงช่วงสามโมงเย็น เพราะรถเยอะในช่วงอ่างศิลา ในตัวเมืองโล่งวิ่งสบาย แวะไปกินข้าวตรงข้ามกับวัด...วัดนาจา(มั้ง) มาทะเลทั้งทีก็ต้องกินอาหารทะเลใช่ไหม ทั้งปู ทั้งกุ้ง อร่อยเลย กิน5 คน หมดไปพันสี่ ไม่แพงเพราะกินเยอะ อิ่มกันแล้วเลยชวนอาม่าไปไหว้เจ้าที่วัดนาจาต่อ เลยได้แก้ปีชงด้วยซะเลยเฮอๆๆ และแล้วก็ถึงเวลาที่จพาข้าวฟ่างไปชมทะเลแล้ว ขับมาเรื่อยๆ โห รถเยอะมากๆๆๆๆๆ คนก็เพียบเลย ตอนแรกกะว่าไม่เอาละ ไม่ลงดีกว่า แต่ก็อย่างว่าเน๊อะ มาถึงที่แล้วไม่ลงได้ไง ไปเบียดๆกับผู้คนเขาซะหน่อยแล้วกัน

นี่เป็นการมาทะเลครั้งแรกของข้าวฟ่าง ตอนลงมาแรกๆก็งงกับคลื่นที่ซัดเข้าฝั่ง มองด้วยความสงสัยอยู่นานพอควร หลังจากนั้นก็ไม่สนใจแล้วตามประสาเด็ก ลองเอาเท้าข้าวฟ่างไปแตะทรายดู หดเท้ากลับเร็วเลย สงสัยมันสากๆ ตอนแรกจะลองเอาไปแตะน้ำทะเลดู อื๋ยยยยย น้ำดำปี๋ ดำสนิทเลยเพราะพวกสาหร่ายดำเต็มหาด แม้แต่ตัวเองยังไม่กล้าลงเลย อยู่แถวหาดทรายนานพอควรก็ถึงเวลาที่ต้องกลับ เพราะขาเข้ามาทางอ่างศิลา เห็นรถกลับออกไปเยอะและติดยาว เดี๋ยวจะถึงกรุงเทพค่ำเกินไป(จริงๆแล้วบอกอากงว่าจะไปซีคอน เดี๋ยวเขาสงสัยว่าทำไมไปห้างนานจัง)