วันจันทร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2556

Happy birthday kao fang 4 years

วันนี้ครบรอบวันเกิดข้าวฟ่าง  อายุครบสี่ปีเต็ม เป็นวันที่มีความสุขในใจมากกกก เป็นวันที่ต้องออกไปหาซื้อของขวัญให้ลูก ซื้อกระดาษห่อ แล้วมานั่งห่อเอง มันไม่ค่อยสวย แต่ให้ความรู้สึกที่อยากทำให้ลูกสาวตัวเอง วันนี้พาออกไปที่ซาฟารีเวิล์ด อยากพาไปดูปลาโลมา แต่คนเยอะมากกกก  เลยกลับดีกว่า เดี๋ยวค่อยพามาใหม่เพราะมาที่นี่บ่อยกว่าไปเที่ยวที่อื่น ล่าสุดเพิ่งพาขับรถดูสัตว์เมื่อไม่นานมานี้เอง  ตอนนี้ฟ่างอยู่อนุบาล1 เรียนที่รัชนีบูล อยู่ใกล้บ้านดี แต่ดันมีแค่อนุบาล ส่วนข้าวปั้นตอนนี้ขวบครึ่ง ยังพูดไม่ได้มากแต่ฟังเข้าใจหมดทุกอย่าง บอกให้ทำอะไรทำได้ แต่ไม่ยอมพูดเท่านั้น  ตอนนี้ยังเดินไม่ถึงกะแข็งมากต้องจับมือไว้ข้างนึง เพราะชอบออกตัวแร๊งงงง  หน้าจะทิ่มเอา พูดป๊าได้สักเดือนนึงแล้ว เริ่มเรียกชื่อได้ จำได้ว่าใครเป็นใคร  ดูท่าทางเป็นเด็กอารมณ์ร้อนแต่น่าจะขี้กลัว บุคลิกตอนเด็กๆเหมือนข้าวฟ่างแทบจะทุกอย่าง  เหมือนเลี้ยงข้าวฟ่างอีกรอบ ^^  ......

รักข้าวฟ่างกับข้าวปั้นมากกกกกนะลูก
จากป่ะป๊าเอง

วันเสาร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2556

จุดเริ่มต้น

ผ่านวันเกิดข้าวปั้น(17 มีค) และวันเกิดตัวเรา(24 มีค)มาหลายวันแล้ว เคยตั้งเป้าหมายว่าจะเขียนให้ได้อาทิตย์ละครั้งเป็นอย่างน้อย ... ไม่เคยทำได้  ตอนนี้ข้าวปั้นอายุ1 ขวบแล้ว ดูออกแนวคุณชายอารมณ์ร้อน ^^ ยังพูดป่ะป๊า กับหม่าม๊าไม่ได้ หม่ำๆก้อพูดไม่เป็น แต่เต๊าะลิ้นได้เสียงดังฟังชัด สิ่งที่พูดชัดที่สุดตอนนี้คือเตี๊ยว(เที่ยว) ชัดมาก  ตอนเช้ากะตอนเย็นจะชัดมาก ทุกวันนี้จะตื่นประมาณ7โมงเพื่อพาข้าวปั้นไปขี่จักรยานเล่น แล้วก้อไปให้อาม่าป้อนข้าว เสร็จแล้วก็อาบน้ำให้ก่อนที่จะส่งไม้ต่อให้ยายจัดการซะ กว่าจะจบรอบเช้าแบบนี้ก้อปาเข้าไป9 โมงกว่าแล้ว รีบจัดการตัวเองเพื่ิอไปทำงาน  รีบปั่นงานให้เร็วเพราะอีกไม่กี่ชั่วโมงต้องเตรียมตัวไปรับข้าวฟ่าง ประมาณบ่ายสามโมงครึ่ง ทั้งๆที่โรงเรียนอยู่ใกล้แต่กว่าจะกลับถึงบ้านก้อล่อเข้าไปเกือบห้าโมงเย็น เพราะคุณหนูเขาต้องขอเล่นในสวนที่โรงเรียนก่อน เอาข้าวฟ่างไปไว้กับอาม่าเหลือเวลาอีกหนึ่งชั่วโมง ทำงานเท่าที่ได้แล้วต้องรีบไปรับข้าวปั้นออกมาเดินเล่น ไม่งั้นปั้นมีโวย มีอยู่วันนึงติดงานขยับตัวไม่ได้โทรบอกให้แม่หมูกลับเร็วมาพาไปเดินเล่น ก็นึกว่าทำตามนั้นเลยนั่งปั่นงานต่อ ปรากฏว่าแม่หมูมาไม่ทัน คุณยายทนเสียงปั้นไม่ไหวเลยต้องพาออกมาเดินแทน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ออกมาเดินตั้งแต่เลี้ยงข้าวปั้นมา  ^^  พอประมาณทุ่มนิดๆข้าวปั้นก็ต้องไปอาบน้ำเพื่อเตรียมขึ้นนอน เวลาข้าวปั้นจะเป๊ะมาก ว่าประมาณช่วงนี้ต้องขึ้นนอนแล้วนะ ออกอาการโดยการร้องและให้อุ้มตลอด แต่พอถึงเตียง...นอนอ้าซ่าส์โชว์จู๋เลย กล่อมกันนอน ป๊าหลับก่อนมั่ง ข้าวปั้นก่อนมั่ง ประมาณเกือบสามทุ่มก้อเปลี่ยนผลัดให้แม่หมูกับข้าวฟ่างมานอน ส่วนเราก็ได้เวลากินข้าวเย็น นั่งดูข่าวเนชั่นบ้าง ละครบ้าง หมดจากนั้นก้อไปทำงานต่อถึงประมาณซักตีหนึ่ง หรือถ้าไม่ไหวก้อกลับไปนอน แต่ช่วงนี้งานมันเยอะจนบางครั้งทำถึงตีสาม ตีสี่โน่น แต่ต้องตื่นเช้าเข้าวงจรของข้าวปั้นตามปกติ  เฮ้อ...เหนื่อยแบบมีความสุข  ถามตัวเอง..พักผ่อนพอไหม?.. ไม่รู้หรอก แต่คิดว่าทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้ ตายไปก็ได้นอนยาวเองแหล่ะ(มีคนบอกมา) แรงยังมีที่จะอุ้มลูกอยู่.. ก้อขออุ้มจนกว่าจะอุ้มไม่ไหวแล้วกัน  ส่วนข้าวฟ่าง ตอนนี้ขึ้นอนุบาลหนึ่งมาได้สี่วันแล้ว ถ้าตอนนี้จะพาฟ่างเข้าห้องน้องเตรียมอนุบาล เขาจะไม่เข้า เพราะฟ่างบอกว่าฟ่างเป็นพี่อนุบ่ลหนึ่งแล้วนะ แม้แต่ครูองุ่นที่ติดกันแจ ฟ่างยังลืมได้ลงเลย 555 เพราะฟ่างไม่ยอมเข้าห้องน้องเตรียม  ตอนนี้ข้าวฟ่างสามขวบกว่าแล้ว ตุลานี้ก้อสี่ขวบ พูดเป็นต่อยหอยสุดกู่ จนครูประจำชั้นยังถามว่าอยู่ที่บ้านคุยเก่งขนาดนี้ไหม? หึหึหึ.. ให้สามสี่เท่าเลย  แต่พูดกันรู้เรื่อง อะไรได้ อะไรไม่ได้ คุยกันแบบมีเหตุผลปนติดสินบน เช่นอาบน้ำก่อนจะให้เล่นipad คุยรู้เรื่อง แต่ใช้เวลาเข้าใจกับยอมรับเงื่อนไขนานหน่อย เฮ้อ (ถอนหายใจหนึ่งเฮือก)  อากาศช่วงนี้โครตจะร้อน กรุงเทพ อยู่ที่ประมาณ39องศา ดอกกะใบกล้วยไม้ไหม้เลย แดดแรงจริงๆ ดีนะที่เลิกเล่นกอล์ฟ ไม่งั้นมีเป็นลม ^_^"  งานตอนนี้เรียกได้ว่าเยอะมากๆ เพราะส่วนใหญ่จะเอาก่อนสงกรานต์ทั้งนั้น อัดกันเข้าไปบางทีเหนื่อยจนแบบไม่อยากทำแล้วก้อมี แต่ความรับผิดชอบต่องานมันก็ต้องมี ต้องทำเต็มที่ทุกงานไป อาจไม่ร้อยทุกเจ้า แต่ทำให้ได้มากสุดทุกคน แรงยังมี เพิ่งอ่านในface book เขาบอกว่าเวลาท้อใจ ให้ไปทะเล... โดดทะเลตาย? ... ไม่ช่ายยยย ให้ไปนั่งฟังเสียงคลื่น ???? มันเข้าฝั่งทีไร จะบอกเราว่า ซู่..ซู่   เออ ..ใครคิดว่ะ เข้าท่า555 ที่จั่วหัวเรื่ิองไว้ว่า จุดเริ่มต้น นั้น ไม่เกี่ยวกะสิ่งที่เล่ามาเลย  จุดเริ่มต้น มันเริ่มตรงนี้ต่างหาก ตอนนี้ที่บ้านจะทำร้านอาหารอีกรอบแล้ว ก้อจองพื้นที่เรียบร้อย อยู่ตรงแถวที่ขายอาหารเยอะๆแถวบ้าน (ตรงเซเว่นเก่า) เฮียเมย์ ไปโดยบังเอิญ เพราะแค่อยากรู้ว่าโครงสร้างนี้ใครทำ ก้อไปเจอเจ้าของพื้นที่ คงถูกคอกัน เขาเลยเสนอพื้นที่ที่เขาจะทำ car care ให้ พื้นที่กว้างมาก คิดเดือนละหกหมื่น (ห้องย่อยเล็กๆเขาคิดหนึ่งหมื่น) ซึ่งแบ่งเป็นห้องย่อยได้ประมาณ9ห้อง ตอนนี้โอเคไปแล้ว กำลังตกแต่งอยู่ คาดว่าจะเปิดกลางเดือนหรือไม่ก้อสิ้นเดือน เพราะเฮียเมย์กะบีชมีไปทริปอังกฤษ แต่กว่าจะตกลงว่าทำก้อคุยกันแบบเคร่งเครียดดี คุ้มไม่คุ้ม รอดไม่รอด ใครจะทำ ใครจะเป็นตัวหลัก จะขายอะไร หาใครมาช่วย ฯลฯ ปัญหาเยอะแยะ แต่สุดท้ายก้อมั่นใจกันว่า ลองดู ไม่ลองไม่รู้ เผื่อเจออีกหนึ่งธุรกิจ ตอนนี้ทุกคนก้อช่วยกันเตรียมโน่นเตรียมนี่ ไปซื้อของบ้าง อื่นๆอีกมากมาย แต่ตัวเรายังไม่ได้ช่วยอะไรมากเลย ได้แต่คอยคุยกันแบบครบองค์ ตอนนี้ก้อคงช่วยได้แค่นี้ เพราะงานกับลูก ยังไม่เปิดโอกาสให้เราเข้าไปสัมผัสมากนัก ก้อแบ่งๆกันดูไป เราก้อคงจะเน้น pixel one เป็นหลักต่อไป 5555






วันจันทร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2556

เริ่มอาทิตย์ที่2 ของการไปโรงเรียน

อาทิตย์ที่ผ่านมาของข้าวฟ่างกับการเริ่มไปโรงเรียน ยังไม่ส่งผลอะไรมากเพราะมีคุณยายไปอยู่เป็นเพื่อน มีบ้างที่เริ่มไม่อยากไปโรงเรียน คงเป็นเพราะไม่สนุกมั้ง ซึ่งเท่าที่สังเกตุเห็นคร่าวๆอาจจะเป็นเพราะคุยกับเพื่อนไม่รู้เรื่องมั้ง ส่วนมากข้าวฟ่างจะคุยกับผู้ใหญ่เปนหลัก กับเด็กๆรุ่นเดียวกันข้าวฟ่างไม่ได้เล่นด้วยเลย การปรับตัวที่โรงเรียนเลยอาจยากกว่าเด็กคนอื่นหรือเปล่าไม่รู้   วันนี้เริ่มอาทิตย์ที่ 2 ข้าวฟ่างเริ่มไม่อยากไปโรงเรียนตั้งแต่ตื่นนอน อิดๆออดๆ ไม่ยอมลุกจากที่นอนบ้าง ขอเล่นกะน้องก่อนบ้าง และอีกหลายเหตุผล แต่สุดท้ายก็ต้องยอมไปอาบน้ำโดยดีแล้วเอามากินข้าวบ้านอาม่า พอจะต้องเอาขึ้นรถ..เท่านั้นแหละร้องไห้เลย จะเอาอาม่าไปเป็นเพื่อนๆ เฮ้อสงสารก็สงสาร แต่ไม่รู้จะช่วยยังไงได้แต่นั่งกอดข้าวปั้นไว้ ให้เบนซ์กับอาม่าเขาจัดการ สรุปอาม่าไม่ได้ไปด้วย  โทรเช็คเบนซ์ๆ ก็บอกว่าพอถึงโรงเรียน ก็เอาส่งครูแล้วรีบออกเลยแต่ก็ร้องไห้ลั่น  ตอนนี้ 12.35 น. อยากจะไปดูข้าวฟ่าง อยากรู้ว่าเป็นยังไง รู้สึกยังไงก็ไม่รู้ที่ข้าวฟ่างเป็นอย่างนี้ เฮ้อ...  ตอนนี้รอเวลาบ่าย 2 โมงเพื่อไปรับ

วันพุธที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2556

ไปโรงเรียนวันที่สอง



วันนี้เป็นวันที่สองที่ข้าวฟ่างไปโรงเรียน แต่เป็นวันแรกที่เราไปรับ  วันนี้คุณยายบอกว่าฟ่างร้องไห้ตอนช่วงจะนอน จะหาป่ะป๊า แต่คุณยายก็จัดการทำให้นอนได้ ^_^   วันนี้ไปรับตอนเกือบบ่าย3โมง ไปถึงเห็นคุณยายกะข้าวฟ่างออกมารอตรงประตูแล้ว ลงจากรถแล้วรีบไปกอดข้าวฟ่างซะหนึ่งที แต่ก็สังเกตุเห็นว่าทำไมข้าวฟ่างไม่่ร่าเริงเลย นึกขึ้นได้..วันนี้ข้าวฟ่างเล่น Slider หรือยัง? ไปเล่นมั้ยป๊าพาไปเล่น  เท่านั้นแหล่ะยิ้มออกเลย คุณยายบอกวันนี้ไม่มีใครพาเล่นเพราะเขาเล่นปั้นดินน้ำมันแทน หึหึหึ..ดินน้ำมันข้าวฟ่างมันเล่นที่บ้านจนเบื่อไปหลายรอบแล้ว  พาข้าวฟ่างเล่นประมาณ 20 นาทีก็พากลับ อารมณ์ดีตลอดทางที่กลับเลย แถมเอาที่คาดหัวไดโนเสาร์มาอวดอาม่าด้วย  ส่วนข้าวปั้น..เหมือนเดิมแต่วันนี้อยู่ในเปลได้นานหน่อย คนที่คุยกับข้าวปั้นแล้วข้าวปั้นคุยด้วยตอนนี้รู้สึกว่ามีแค่คนๆเดียว คือข้าวฟ่าง สองคนนี้คุยกันได้ทุกครั้ง ฟ่างส่งเสียง ข้าวปั้นส่งเสียงกลับทุกครั้ง กับคนอื่นไม่เป็นแม้แต่เรากะเบนซ์  รักกันให้นานจนโตเลยนะ อย่าทะเลาะกันล่ะ ^__^   วันนี้พอแล้ว กลับไปนอนดีกว่า (ตีหนึ่งสี่สิบ) กลางวันมีเวลาทำงานน้อย ต้องมาทำกลางคืนนี่แหละ

วันจันทร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2556

เปิดเรียนวันแรก




ข้าวฟ่าง ข้าวปั้น คือทั้งชีวิตของตัวเรา...วันนี้ข้าวฟ่างเปิดเรียนวันแรก มีหม่าม๊าไปอยู่เป็นเพื่อน ตอนเช้าข้าวฟ่างออกอาการอยากไปมาก กินข้าวเสร็จรีบไปยืนรอหม่าม๊าที่รถเลยทีเดียว ส่วนเราไปช่วงเกือยเที่ยงไปเปลี่ยนให้เบนซ์ไปกินข้าว ถามbenzว่าฟ่างเป็นไงบ้าง...เหมือนเดิมต้องมองเห็นเราในสายตาเขาตลอด  หลังเปลี่ยนกันก็พาข้าวฟ่างขึ้นไปอยู่รวมกลุ่มเพื่อเตรียมไปนอน ช่วงเดินลงต้องเข้าแถวเดินลงเอง ข้าวฟ่างขอให้อุ้มแต่เราไม่เอาเพราะอยากให้เดินเองเหมือนคนอื่นๆ..เท่านั้นแหละเขื่อนแตกเลย น้ำตา ขี้มูกเอยเทออกมาเพียย สุดท้ายต้องยอมอุ้มเพราะสงสาร ตอนแรกไม่ยอมนอนเพราะไม่คุ้นเลยเรียกหาผ้านิ่มๆประจำตัว(ผ้าแพร) ก้อต้องนั่งอยู่จนหลับแล้วก้อให้benzดูต่อโดยรอด้านนอก  ส่วรเรากลับไปอัดรูปติดบัตรข้าวฟ่าง  โรงเรียนเลิกประมาณบ่าย3 ตอนบ่าย2.30 น.จะออกไปหาซะหน่อย benz บอกออกมาตั้งแต่บ่ายโมงกว่าแล้วเพราะข้าวฟ่างตื่นมาไม่เจอใครร้องลั่นเลยจนครูเขาพามาหาbenz ซึ่งก้อเกือบเอาไม่อยู่เพราะข้าวฟ่างจะหาป๊าคนเดียว ก้อเลยพากลับก่อน และพาไปกินswensenกะคุณยาย และข้าวฟ่างก้อลืมเลยว่าจะหาป๊าม้น555 พรุ่งนี้เอาใหม่ ให้คุณยายไปอยู่แทน ไม่รู้จะเป็นไง หึหึหึ  สงสัยไม่พ้นได้วิ่งไปดูเองแน่ๆ    เห็นวันนี้แล้วใจเราก้อแป้วเหมือนกันที่เห็นข้าวฟ่างร้องไห้ขนาดนี้ อยากอุ้ม อยากกอดนานๆให้หายร้องไห้ ในใจก้อบอกตัวเองไว้ว่าอดทนเดี๋ยวลูกก็ปรับตัวได้  นี่แค่ไปโรงเรียนนะตัวเรายังเป็นขนาดนี้เลย  ลูกเป็นทุกอย่างของเราจริงๆ  ส่วนแสบเล็ก.ช่วงนี้ก้อไม่เบา อุ้มแล้ววางไม่ได้เลย แค่นั่งก้อแวๆแล้ว เอาแต่ใจมาก ท่าทางจะติดอุ้มแล้ว  รอดูละกันว่าโตมาจะแสบข้าวฟ่างหรือเปล่า.....

วันอาทิตย์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2556

2556 ผ่านเข้ามาแล้ว



ปีใหม่2556ผ่านมาหลายวันแล้วแต่ก็ไม่ได้มานั่งเขียนblogเหมือนเดิม ปีใหม่ปีนี้เริ่มต้นด้วยการไม่สบายเกือบทั้งบ้านจริงๆแล้วช่วงกลางธันวาเราก็เข้าไปนอนโรงพยาบาลมารอบนึงแล้วเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธ์เอแต่ไปนอนแค่วันเดียว พอช่วงสิ้นปีก็เป็นอีกรอบแต่น่าจะเป็นหวัดธรรมดาเพราะอากาศแปรปรวนมากๆเช้ามืดหนาว กลางวันร้อนตอนเย็นอากาศเย็นๆ ตกดึกเริ่มหนาวอีก ประกอบกับช่วงสิ้นปีงานเข้ามาเยอะ ก็โหมกันไปซะ เลยเอาหวัดไปติดข้าวฟ่างแต่โชคดีฟ่างเป็นแค่ประมาณ2-3วันแล้วก้อลามไปติดข้าวปั้นอีก ที่ข้าวฟ่างหายเร็วน่าจะเป็นเพราะว่ายาที่กินมันอร่อยมั้ง มีทั้งรสองุ่น รสเชอรี่ รสสตอเบอรี่ ซดอย่างกับน้ำผลไม้ แถมซดหมดก่อนเรา เลยภูมิใจว่าชนะพ่อตัวเองได้ชวนแข่งกินตลอด ส่วนข้าวปั้น เที่ยวนี้เป็นหนักแต่ไม่ถึงกับต้องส่งไปโรงพยาบาลแต่ก้อเฉียดฉิ่วเหมือนกัน เพราะตัวร้อนขึ้น38-39เลยทีเดียว แถมออกstepงอแงแบบสุดกู่ ประเภทต้องอุ้มยืนแล้วต้องเดิน ถ้านั่งปุ๊ปร้องปั๊ป. ส่วนตอนกลางคืนก็ต้องคอยดูตลอดเวลา(จริงไม่ต้องคอยดูก้อได้เพราะท่านข้าวปั้นแกตื่นเกือบทุกชั่วโมง). กว่าข้าวปั้นจะผ่านช่วงไม่สบาย ก้อล่อไป5วันเต็ม กะว่าถ้าเข้าวันที่6จับส่งโรงพยาบาลแน่ๆ และเลยทำประกันให้ข้าวปั้นด้วยเลย ไม่อยากมาลุ้นเรื่องเงินเวลาที่ต้องเข้าโรงพยาบาล ตอนแรกตัดสินใจไม่ถูกว่า จะทำให้ข้าวปั้นยังไงดีเอาแต่ประกันสุขภาพดีไหม??? คิดไปคิดมาเลยคุยกะแม่หมูว่าเอาไงดี ก้อเลยเลือกที่จะจ่ายเยอะหน่อยแล้วอีก20ปีข้าวปั้นได้เงินก้อนเหมือนข้าวฟ่าง(ค่าประกันต่อปีพุ่งปรู๊ดเลย *_*").  สรุปช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ปีนี้ไม่ได้ออกจากบ้านไปไหนเลยแม้แต่ออกไปหาอะไรอร่อยกิน กินมันที่บ้านนี่แหละ ปีนี้เลยได้้นั่งดูพลุทางทีวี ได้ฟังเขาสวดมนต์ข้ามปีทางทีวี(เปิดดูก่อนข้ามปีห้านาที) ได้ดูหนังHBO 2-3เรื่อง แอลกอฮอล์ทั้งหลายทั้งปวง...อด   เมื่อวานไปเจอพวกนุช บอย. โรจน์(เพื่อสมัยมอต้นที่ปากช่อง) ปีนึงจะนัดเจอกันประมาณครั้งนึง ปีนี้ไปที่บ้านน้ำเคียงดิน พุทธมณฑลสาย3 แต่คนก้อเอาเด็กๆไปด้วยยกเว้นไอ้บอยที่ยังไม่ยอมแต่งงาน นั่งกินกันได้แค่ประมาณไม่เกินสองชั่วโมงก้อกลับเพราะเด็กเริ่มงอแง(ข้าวปั้นนั่นเอง) เลยขอตัวกลับก่อน เจอคราวนี้ไม่ค่อยได้คุยกันเลยเพราะต้องเลี้ยง/อุ้มลูกเป็นหลัก เฮอ...เดี๋ยวค่อยนัดเจอใหม่อีกทีล่ะกัน.  ส่วนวันอาทิตย์นี้ พาแหมะไปเมืองโบราณที่สมุทรปราการ(แหมะเอ่ยปากชวนเองเลย). มีเบิร์ด ปาน แหมะ เบนซ์ ข้าวฟ่าง ข้าวปั้นและเรา ไปเที่ยวนี้รู้สึกเสียค่าเข้าแพงขึ้น รวมเอารถเข้าไปด้วยค่าผ่านทางประมาณเกือบสองพัน แต่ก้อเข้าใจว่าเงินที่จ่ายเขาก็เอาไปสร้าง เอาไปทำอะไรมากมายเพื่อให้สถานที่มันออกมาสวยงาม คือว่ามันต้องใช้ตังค์นั่นแหละ แต่ที่รำคาญก็คือคนที่พาต่างชาติมามันก้อต้องซื้อบัตรต่างชาติดิ ดันมาขอต่อราคาอยู่ได้ ถ้าเพิ่มจากราคาคนไทยไปอีกแค่ร้อยห้าสิบบาทแล้วรับไม่ได้คุณก้อกลับสิครับ พาต่างชาติไปนั่งดูนกนางนวลริมทะเลแทนล่ะกัน ไอ้ที่ต่อราคาไม่เท่าไหร่ แต่ไอ้ตัวที่อยู่ข้างหลังเราน่ะสิ มันเป็นห่าอะไรต้องมายืนชิดกูขนาดนี้(อารมณ์อยากกระทืบแล้ว ณ ตอนนั้น) หันไปมองหน้าสองรอบถึงรู้ตัวไงว่ะ ไอ้เด็กเวร..ทำราวกับว่าบัตรผ่านประตูมันจะหมด  หลังจากขับรถเข้ามาจอดจุดแรกที่เป็นเหมือนเรือนไทยสมัยก่อน ก้อเข้าไปเดินเล่น ช่วงนี้เป็นเหมือนช่วงของข้าวฟ่างโดยเฉพาะเลย ได้หมวก ได้ร่ม ได้ของเล่นเต็มๆ เสร็จจากตรงนี้ก้อไปนั่งกินข้าวที่ตรงตลาดน้ำ ที่ตรงนี้okมาก อาหารอร่อย ราคาไม่แพงถูกกว่าในห้างอีก นั่งอยู่ตรงนี้เป็นชั่วโมงเลย อากาศไม่ร้อนแม้ว่าแดดจะแรงก็ตาม แต่เท่าที่เห็น ลูกค้าส่วนมากก็จะเป็นต่างชาติเป็นหลัก คนไทยดูเหมือนน้อย อาจจะเป็นเพราะค่าบัตรแพงหรือเคยมากันแล้ว. เลยทำให้วันนี้คนไม่เยอะเดินสบาย ก้อพาขับรถวนดูโน่นดูนี่นั่นแหล่ะ แล้วก็มาจบลงตรงที่พาเดินขึ้นไปที่เขาพระวิหารจำลอง ก็เรียกเหงื่อได้พอควรนะ ขึ้นไปแล้วสวยดี อากาศดี ส่วนข้าวฟ่างเดินขึ้นลงเองเลย ไม่มีใครอุ้ม (เราอุ้มข้าวปั้น). อ่านระยะทางไปกลับก้อประมาณ 500เมตร เดินขึ้นเขา....สำหรับเด็ก 3ขวบ ที่ไม่ได้นอนกลางวัน แถมเดินมาก่อนหน้านั้นอีกหลายที่ เดินได้ขนาดนี้  ข้าวฟ่างเก่งจริงๆ ส่วนข้าวปั้นแรกๆก้อดี แต่พอเข้าช่วงหกโมงเริ่มออกอาการอีกแล้ว เดี๋ยวไว้ข้าวปั้นเดินได้ก่อนค่อยไปใหม่อีกที กลับมาถึงบ้านเด็กๆสลบกันหมดเลย5555....  และพรุ่งนี้ข้าวฟ่างจะต้องไปโรงเรียนเป็นวันแรกแล้วด้วย จะเป็นยังไงบ้างหนอ???     See u